เกินจะทน

เกินจะทน

ชักธงรบ : นายกรัฐบาลบูเช็คเทียน
กิเลน ประลองเชิง25 ก.พ. 2563 05:01 น.
 

ประวัติศาสตร์จีน ชุดที่อาจารย์ถาวร สิกขโกศล แปลไว้ใน “แลหลังแดนมังกร” (พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2542 นานมีบุ๊คส์จำกัด) ไม่ใช่ประวัติศาสตร์บางบ้านเมือง ที่มักเขียนแบบเขียน “ยอยศพระลอ” จึงเชื่อถือได้

ในหัวข้อ “บูเช็คเทียน” มีคำเกริ่นนำเป็นนักการเมืองที่ปรีชาสามารถที่สุดของจีน

พ.ศ.1170 บูเช็คเทียนอายุ 17 ปี กิติศัพท์ความงามบวกสติปัญญา พระเจ้าถังไทจง จึงให้รับตัวไปอยู่ในวัง สถาปนาเป็น “นางปัญญา” พระเจ้าถังไทจงทิวงคต ถูกส่งไปบวชเป็นภิกษุณี...

พ.ศ.1197 พระเจ้าถังเกาจงให้ลาสิกขาไปอยู่ในวัง ในฐานะพระสนมเอก ไม่นานก็เลื่อนเป็น “ฮองเฮา”...เกิดเสียงคัดค้านต่อต้าน ข้อครหาเป็นเมียพ่อ แล้วก็ต่อมาเป็นเมียลูก ไม่มีใครกล้าพูดถึง

กล้าพูดกันแต่พื้นเพเป็นแค่ธิดาพ่อค้าไม้ ร่วมโค่นล้มราชวงศ์สุย...เป็นเจ้าเมืองจิงโจว อธิบดีกรมโยธาธิการ...ไม่ใช่เชื้อสายเจ้าแท้ เป็นแค่ไพร่

บูเช็คเทียนกำจัดฝ่ายต่อต้าน บีบหัวเรือใหญ่ฆ่าตัวตาย ถอดถอนโยกย้ายพวกที่ไม่เอออวย

พ.ศ.1203 พระเจ้าถังเกาจงสุขภาพทรุดโทรม บูเช็คเทียนร่วมบริหารราชการ จนถูกยกย่องควบฮ่องเต้ เป็นสองธีรราช พ.ศ.1226 พระเจ้าถังเกาจงทิวงคต ยุพราชหลีเสี่ยนเสวยราช พระนาม ถังจงจง

บูเช็คเทียน ในฐานะพระพันปีหลวง ผู้กำกับราชการ ปลดฮ่องเต้ลงเป็นหลู่หลิงอ๋อง ยกหลี่ตั้น โอรสอีกองค์เป็นฮ่องเต้ พระนามถังญุ่ยจง แสดงชัด อำนาจทั้งปวงอยู่ในกำมือพระนาง

ขุนนางหัวเก่าไม่พอใจ รวมหัวกับมหาเสนาบดีราชสำนักเผยเยี่ยนก่อกบฏที่เมืองหยางโจว บูเช็คเทียนสั่งทัพ 30 หมื่น ปราบกบฏได้ราบคาบ ประหารเผยเยี่ยน แม่ทัพเฉิงหวูกิงช่วยพูดขอโทษ พระนางก็สั่งประหารเป็นคนที่สอง

พ.ศ.1231 เหตุเพราะตระกูลหลี่... (ตระกูล พระเจ้าถังไทจง) เสื่อมอำนาจ หลังหยาอ๋อง ขุนนางตระกูลหลี่ก่อกบฏ ที่เมืองป๋อโจว เยว่อ๋อง กบฏที่เมืองหยีโจว บูเช็คเทียนปราบได้ราบคาบ

มีคำถาม อะไรทำให้บูเช็คเทียน จึงใช้อำนาจได้อย่างเข้มแข็งเด็ดขาดมั่นคง

บูเช็คเทียนเล่นเกมอำนาจทีละขั้น เริ่มปรับปรุงหนังสือ ประมวลสายสกุล จัดสกุลบู (หวู่) เป็นอันดับ 1 สกุลอื่นตามลำดับตำแหน่งราชการ เปิดโอกาสให้ “ไพร่” ได้เลื่อนฐานะสูงขึ้น

ขั้นที่ 2 ปรับปรุงระบบสอบแข่งขันใหม่ พ.ศ.1233 พระนางกำกับการสอบระดับสูงสุดเอง นี่คือการสอบ “จอหงวน” ครั้งแรกของจีน ทั้งยังมีการสอบจอหงวนบู๊ขึ้นอีกด้วย

คนดีมีปัญญา ไม่จำกัดชาติตระกูลทั่วจีน ได้เลื่อนฐานะตามฝีมือความสามารถ

คนสำคัญมาจากตระกูลไพร่ ชื่อ “ตี้เหญินเจี่ย” ขณะเป็นตุลาการสูงสุด ชำระคดีตกค้างลุล่วงถึง 17,000 ราย บูเช็คเทียนแหวกขนบเดิมๆ ตั้งให้เป็น “อัครมหาเสนาบดี” ทันที

ตี้เหญินเจี่ย กล้าหาญสุจริต ไม่เกรงอิทธิพลใดๆ เคยตำหนิความฟุ่มเฟือยของบูเช็คเทียน พระนางก็ยอมรับฟัง

ลู่ปันหวาง หนึ่งในสี่ผู้โดดเด่นต้นราชวงศ์ถัง เขียนบทวิจารณ์โจมตีบูเช็คเทียน เห็นแววปัญญา ตำหนิตี้เหญินเจี่ย ทำไมไม่รีบเอาตัวเข้ามารับราชการ

เลือกสุดยอดตุลาการเป็นนายก เลือกใช้คนเก่งคนดีทำงานอื่นๆ รัฐบาลพระนางจึงได้ชื่อว่า สนับสนุนการเกษตรา การเลี้ยงไหม ใส่ใจป้องกันชายแดน ปรับปรุงความสัมพันธ์กับชนกลุ่มน้อย

พ.ศ.1233 พระเจ้าถังญุ่ยจง อัญเชิญบูเช็คเทียนเป็นฮ่องเต้เปลี่ยนชื่อราชวงศ์ เป็นราชวงศ์โจว เฉลิมพระนาม “จาวตี้” ฮ่องเต้หญิงองค์เดียวของจีน

ปลายปี พ.ศ.1248 บูเช็คเทียนทิวงคต ขณะอายุ 80 ปี หลังกุมอำนาจจากการเมืองต่อเนื่องถึง 50 ปี ประวัติศาสตร์บันทึกว่า พระนางมีพระปรีชาสามารถเหนือคนสามัญ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกใช้คน

ถ้าพระนางเลือกตุลาการ...ที่ไม่ใช่ตี้เหญินเจี่ย แต่เป็นตุลาการที่เก่งไปทางสอพลอปอปั้นแบบศรีธนญชัย...เป็นนายกรัฐมนตรี เมืองจีนยุคนั้นคงจะร้อนเป็นไฟ ประวัติศาสตร์จีนก็ต้องเปลี่ยนไป.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1778781

 

การ์ตูน เซีย

 

 

เกินจะทน

แม่ลูกจันทร์25 ก.พ. 2563 05:15 น.
 

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯลุงตู่ และมหามิตรร่วมค่าย สหายรักร่วมรบอีก 5 คนใครจะชี้แจงได้เคลียร์ หรือใครชี้แจงไม่เคลียร์ ไม่เป็นไร

“ลุงป้อม” ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เอ่ยปากขอร้องแกมบังคับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคทุกคน

ต้องโหวต “ไว้วางใจ” ผู้ที่ถูกฝ่ายค้านซักฟอกทั้ง 6 คนให้เท่ากันทุกคน

“ลุงป้อม” ไม่อยากให้ใครได้คะแนนมากกว่ากัน หรือได้คะแนนน้อยกว่ากัน

อยากได้คะแนนโหวตสูงสุด เท่ากับจำนวน ส.ส.รัฐบาลพอดี

ประกาศิตลุงป้อม ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงจะเป็นจริงหรือไม่??

ต้องรอพิสูจน์ความจริงอีก 2 วัน

“แม่ลูกจันทร์” ขอฉีกประเด็นไปที่ความคืบหน้าคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช.

ล่าสุด กมธ.ชุดนี้ ได้นำปัญหาระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุดมาพิจารณาทบทวนข้อดีข้อเสียอีกที

ปรากฏว่าที่ประชุม กมธ.ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือก ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อทูอินวัน

เป็นระบบเลือกตั้ง ส.ส.ที่ยุ่งยากซับซ้อนซ่อนเงื่อนซ่อนปม

ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้ใช้สิทธิลงคะแนน

ทำให้ผลการเลือกตั้งบิดเบี้ยวจากความเป็นจริง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เขียนล็อกไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. เป็นปัญหาสำคัญที่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

โดยที่ประชุมส่วนใหญ่สนับสนุนข้อเสนอของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้อาวุโสแห่งพรรคประชาธิปัตย์ ให้โละระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม กลับไปใช้ระบบเลือกตั้ง ส.ส.แบบเดิมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต 1 ใบ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ใบ ที่เคยใช้เคยชินมานานนับสิบปี

แต่มีข้อเสนอแตกต่างจาก นายกฤช เอื้อวงศ์ ตัวแทน กกต. เสนอให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบอย่างเดิม

แต่ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ใช้บังคับในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

“แม่ลูกจันทร์” สนับสนุนให้ล้มเลิกระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม กลับไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเดิม

เพราะ ส.ส.มี 2 ประเภท คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ระบบใหม่ บังคับให้ประชาชนเลือก ส.ส.เขตได้ประเภทเดียว

เป็นการละเมิดสิทธิประชาชนที่ต้องการเลือก ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อต่างพรรคกัน

เป้าหมายสำคัญของระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมคือไม่ให้พรรค การเมืองใดได้ ส.ส.เกินครึ่งสภาฯ

เพื่อให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ เปิดทางสะดวกให้ “คนนอก” เป็น “นายกรัฐมนตรี”

แถมสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.ของ กกต.ก็สุดแสนพิลึกกึกกือ

กกต.กำหนดสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต่อคะแนนเลือกตั้ง 70,000 คะแนน

แต่พรรคการเมืองที่ได้คะแนนรวมทั่วประเทศ 30,000 คะแนน กกต.ปัดเศษได้เก้าอี้ ส.ส.หนึ่งตัว

สูตรคำนวณพิสดารแบบนี้ไม่มีที่ไหนในโลก

หาชมได้ที่เมืองไทยแห่งเดียว.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1778746

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    7

1 ความเห็น

 
3 ส

ไอ่เห้นายกตูบตอแหล

โกรธแล้ว

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    5