ตัวเร่ง “หายนะอำนาจ”

ตัวเร่ง “หายนะอำนาจ”

ชักธงรบ : นิมิตอุบาทว์
กิเลน ประลองเชิง28 ก.พ. 2563 05:01 น.
 

เปิดนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ เจอเรื่อง สมเด็จพระเจ้าตากสิน ปราบก๊กเจ้าพระฝาง อ้าง “นิมิตอุบาทว์” เป็นเรื่องถูกจริต ก็ตั้งใจอ่าน

ดร.ปฐมพงษ์ สุขเล็ก อธิบายถึงอธิไทยโพธิบาทว์ หรือนิมิตอุบาทว์ในตำราพิชัยสงคราม มีเนื้อหาเกี่ยวกับนิมิตร้าย 8 ประการ จำแนกตามอำนาจของเทวดาทั้ง 8 องค์ มีตัวอย่าง ดังนี้

 

1. อุบาทว์พระอินทร์ ปรากฏนิมิต ฟ้าผ่าแผ่นดิน ฟ้าผ่าประตู ฟ้าผ่ามณเฑียรปราสาท ฟ้าผ่าต้นไม้ ฟ้าผ่าโรงม้า

2. อุบาทว์พระเพลิง ปรากฏนิมิต ไฟลุกเองไม่มีลม ไม่มีใครจุด เห็นไฟในบ้านแต่ที่จริงไม่มีไฟ แผ่นดินแยก ต้นกล้วยออกเครือกลางลำต้น และฤดูกาลแปรปรวน

3. อุบาทว์พระยม ปรากฏนิมิต วัวตายคาเกวียน วัวตายคาแอกไถนา ม้าคลอดออกมามีสองหัว (สัตว์ออกลูกประหลาด) ได้ยินเสียงผีหัวเราะในบ้านเรือน

4. อุบาทว์นารายณ์ ปรากฏนิมิต เครื่องดนตรีบรรเลงเอง พระพุทธรูปหรือเทวรูปแตกหักเอง สายน้ำไหลเป็นเลือดแล้วหายเป็นปกติ พระพุทธรูปหรือเทวรูปมีเหงื่อเลือดไหลออก อาวุธตีกันเอง และพระสงฆ์สะสมอาวุธ

5. อุบาทว์พระพิรุณ ปรากฏนิมิต ฝนตกหนักมากเกินไปผลไม้ไม่ออกลูกตามที่จะเป็น เกิดหมอกหรือน้ำค้างผิดปกติฝนแล้ง น้ำแล้ง และคนเกิดลูกเป็นสัตว์

6. อุบาทว์พระพาย ปรากฏนิมิต พายุพัดแรงมากจนบ้านเรือนพัง บ้านปลิว พายุพัดต้นไม้หักระเนระนาด พายุพัดเสียงดัง เมฆมีรูปประหลาด (รูปวัว คน ช้าง สิงห์ เสือ ฯลฯ)

7. อุบาทว์พระโสม ปรากฏนิมิต น้ำผึ้งน้ำอ้อยในตุ่มเดือด ผลไม้ออกลูกเป็นผลอื่น สุนัขคลอดลูกในครัวหรือเตาไฟ หนูทำรังในเตาไฟ และสุนัขขึ้นไปเดินบนหลังคา

8. อุบาทว์พระไพสพ ปรากฏนิมิต ผ้าผ่อนถูกหนูกัด ผ้าผ่อนถูกไฟไหม้ ทำนาได้ข้าวมากเกินไป ทำข้าวได้ข้าวสารมากผิดปกติ และเงินทองตกในบ้านแล้วหายไป

มีผู้ศึกษาเรื่องเทวดารักษาทิศอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเทวดากับนิมิตว่า เทวดารักษาทิศทั้ง 8 องค์ จะสำแดงอุบาทว์คือเหตุร้ายต่างๆล่วงหน้า อย่างมีความสัมพันธ์กับประวัติและบทบาทหน้าที่ของเทวดาแต่ละองค์

ดร.ปฐมพงษ์ สุขเล็ก บอกว่า ข้ออ้างหนึ่งที่พระเจ้าตากสิน ต้องยกทัพไปปราบก๊กเจ้าพระฝาง...คือการที่พระสงฆ์สะสมอาวุธ...เป็นนิมิตอุบาทว์ต่อบ้านเมือง...

พระเจ้าตากจึงจำต้องเสด็จปราบสัตว์บาป ฟอกฟื้นศาสนา...

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงปราบก๊กเจ้าพระฝาง ด้วยเหตุผลทางการเมือง ในฐานะเป็นศัตรู

เมื่อผนวกก๊กเจ้าพระฝางให้อยู่ภายใต้อำนาจราชธานีกรุงธนบุรีแล้ว

ก็ทรงชำระพระสงฆ์หัวเมืองเหนือ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากกรุงธนบุรี ไปทำการบวชและจำพรรษา ถือว่าเป็นกุศโลบายในการจัดระเบียบและควบคุมหัวเมืองเหนือ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ทางการเมืองเช่นกัน

ผมอ่านเรื่องนิมิตอุบาทว์ 8 ประการแล้ว มองไปรอบๆตัว มองฟ้า เจอฝุ่นพิษ มองดินเจอดินแล้ง เพราะไม่มีน้ำ มองป่าก็เจอแต่ไฟป่า ขึ้นรถไฟฟ้าถ้าไม่ใส่หน้ากากก็อาจเจอไวรัสโคโรนา

เหนื่อยหนักจากข้างนอก กลับบ้านเปิดทีวีดูถ่ายทอดสดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา...ก็เจอนักการเมืองด่าประท้วงกันโกลาหลวุ่นวาย จนทนดูต่อไปไม่ไหว

เรื่องราวในบ้านเมืองเราตอนนี้ ถ้าเชื่อตามตำราโบราณ เราเจออุบาทว์ครบทั้ง 8 ประการ

จนดูประหนึ่งว่า ไม่มีทางหนีไปทางไหนเลย.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1781763

การ์ตูน เซีย

 

 

งัดไม่ลง
แม่ลูกจันทร์28 ก.พ. 2563 05:01 น.
 

ไม้แก่ดัดยากจริงหรือไม่...อาจ ไม่จริงเสมอไป

ดูแต่ “นายกฯลุงตู่” ยังสามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกตัวเองกลายเป็นคนละลุง

“นิวลุงตู่” ต้อนรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดแบบเดิม

โดนฝ่ายค้านจี้จุดคีมึ้งก็ไม่เม้งแตกแหกกระเจิง

นายกฯลุงตู่ ในมาดใหม่ นั่งฟังฝ่ายค้านซักฟอกกลางสภาฯด้วยความอดทน

ถือว่าครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

แต่...แต่ยังมีข้อบกพร่อง 2 ข้อ ต้องปรับปรุง

1, การอภิปรายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาฝ่ายค้าน นายกฯลุงตู่เร่งพูดเร็วพูดรัวจนไม่เป็นวรรคไม่เป็นตอน

ไม่รู้จะรีบไปไหน รัฐบาลมีเวลาอภิปรายตั้ง 15 ชั่วโมง

2, ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรโยนให้รัฐมนตรีคนอื่นช่วยชี้แจงแทน

ชาวบ้านต้องการฟังนายกรัฐมนตรีชี้แจงเอง

ผู้นำตัวจริงต้องแสดงเอง ไม่ต้อง ใช้สตันต์แมน

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ฝ่ายค้านพุ่งเป้าถล่ม “ลุงตู่” คนเดียว 70 เปอร์เซ็นต์

ครม.ที่โดนจองกฐินอีก 5 คน โดนนวดขยำเส้นแค่ 30 เปอร์เซ็นต์

แต่ นายกฯลุงตู่ ยังเอาตัวรอดคมเขี้ยวฝ่ายค้านได้ดีพอควร

ยกเว้น...ประเด็นสำคัญ

ประเด็นที่ฝ่ายค้านกล่าวหารัฐบาลล้มเหลวการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

คำชี้แจงของ “นายกฯลุงตู่” ไม่สามารถหักล้างฝ่ายค้านได้เลย

เพราะเศรษฐกิจยุคนี้ย่ำแย่จริงๆ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ ไม่ดุเด็ดเผ็ดมันอย่างที่ฉายหนังโฆษณา

เพราะกติกาเลือกตั้งแบบพิสดาร ทำให้ขุนพลเบอร์ต้นๆพรรคเพื่อไทยไม่มีโอกาสได้อภิปรายตรวจสอบรัฐบาล

การยุบพรรคอนาคตใหม่ ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน ทำให้ฝ่ายค้านขาดดาวสภาฯไปหลายคน

แต่ทำให้เกิด “ดาวรุ่งรุ่นใหม่” ขึ้นมาทดแทน

ดาวรุ่งพุ่งแรงที่แจ้งเกิดในสภาฯเต็มตัวคือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีพรรคอนาคตใหม่ ที่นำข้อมูลลับ ปฏิบัติการไอโอ ของ กอ.รมน.มาแฉกลางสภาฯ

เป็นเรื่องใหญ่ร้อนฉ่า ที่สร้างกระแสฮือฮากันระเบิดเถิดเทิง

นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ฝ่ายค้านรุ่นใหม่ที่ฉายแววน่าจับตา โผล่ขึ้นมาอีกเกือบ 10 คน

น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่เปิดประเด็นซักฟอกรัฐบาลว่าเอื้อประโยชน์พี่เบิ้มจีน ทำให้ไทยเสียเปรียบอย่างมโหฬาร

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่หยิบประเด็นปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีน้ำหนักน่ารับฟัง

น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายความบกพร่องของรัฐบาล ทำให้อเมริกาตัดจีเอสพีสินค้าไทยตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ถึง 573 รายการ

จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.รุ่นใหม่เลือดดีไฟแรง ที่อภิปรายได้เข้าตากรรมการอีกหลายคน

เร่งพัฒนาฝีมือไว้ เพราะปีนี้มีอภิปรายไม่ไว้วางใจเบิ้ล 2 ครั้งนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1781670

**********

*******************

*********************************

 

วิเคราะห์การเมือง : อารมณ์ค้างคาน่าห่วง!
ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 ก.พ. 2563 05:05 น.
 

จะเกิดเหตุไฟ “ไหม้” ลามทุ่ง หรือไฟ “ไม่” ลามทุ่ง ต้องติดตาม

กับปรากฏการณ์ตื่นตัวของขบวนการนิสิตนักศึกษา นัดชุมนุมแฟลชม็อบ ขยายวงไปกว่า 25 สถาบันทั่วประเทศ จากจุดเริ่ม หลังคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบค่ายการเมืองขวัญใจคนรุ่นใหม่

ติดแฮชแท็กในโลกสังคมออนไลน์ เซฟธนาธร เริ่มบานปลาย แต่ละมหาวิทยาลัย ไปจนกระทั่งโรงเรียน คิดรังสรรค์แฮชแท็กเก๋ๆของแต่ละสถาบันเอง เพื่อเป็นสัญญาณนัดรวมตัวโชว์พลังถี่และต่อเนื่อง

จังหวะของสถานการณ์สุมฟืน-รอไฟ ชัดเจน

แต่ในที่สุดจะลุกลามบานปลายหรือไม่ หรือเป็นแค่การแสดงออกชั่วครั้งชั่วคราว สำคัญอยู่ที่ฝ่ายควบคุมดูแลจะบริหารจัดการ จะหาน้ำมาดับไฟ หรือสาดน้ำมันราดกองไฟ

ไม่เฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ไม่แน่ใจว่าเผลอหลุด หรือตั้งใจตักเตือน ออกโรงปรามด้วยคำพูดประเภทที่ว่า “ระวังอนาคตดับ” เสี่ยงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาซะเอง

นั่นก็ยังไม่เท่ากับบรรดากองหนุนกองเชียร์รัฐบาล ประเภทซ่อนพรางวาระแฝง กระตุ้นผู้นำ ดันคนรัฐบาลใช้ไม้แข็ง รวมทั้งที่อาสาเล่นบทซุปเปอร์สตาร์ “ดาวยั่ว” ชั้นบรมเซียน

สไตล์ “พ่อค้าความขัดแย้ง” ไว้ใจไม่ได้

เป็นจังหวะก้าวที่สำคัญของคนเป็นผู้นำ จะเลือกเดินทางไหน เพราะอีกทางก็โดนสะกิดเตือนไม่ให้พลาด ใช้ไม้แข็งไล่บดบี้ พลาดเดินเกม “คนชนคน” จะประคองอำนาจรัฐไปต่อยาก

ทั้งหมดทั้งปวง ปรากฏการณ์การตื่นตัวของคนรุ่นใหม่กับเหตุบ้านการเมือง ทางหนึ่งผู้มีอำนาจ ไปกระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ รุ่นพ่อแม่ลุงป้าน้าอา อาจจะประเมินวิเคราะห์ ตั้งคำถาม ถึงความ “เดียงสา”

แต่อีกทางหนึ่งในวัยพลังเหลือ รุ่นอาวุโสพ่อ-แม่ ลุงป้าน้าอา ที่เคยผ่านวัยนี้มาก่อน ลอง “ทบทวน” ดูก็จะรู้ เป็นวัยที่เปี่ยมด้วยเรี่ยวแรง พลัง ความคิด หากชี้ทิศทางเติมข้อมูล

มีโอกาสที่ช่วยให้เกิดพัฒนาการ ตรงลู่ ก้าวไปในทิศทางที่ดี

และจุดที่ต้องระวัง ประเมินต่ำ-ปิดกั้น บนพื้นฐานคำนึงถึงบ้านเมืองวันหน้าเป็นของคนรุ่นต่อไป

เป็นปมสำคัญที่ “บิ๊กตู่” พึงตระหนัก แนวรบนอกสภาฯกับพลังคนรุ่นใหม่ที่กำลังขยายวง และเริ่มจะเข้าเค้าออกแนว “ฮ่องกงโมเดล” และเสี่ยงที่มีโรคแทรก ทั้งการเมืองภายใน และมหาอำนาจโผล่มาจุ้นจ้าน

ไม่ง่ายชนิดที่ผู้นำจะฉีกยิ้มสู้ได้ เหมือนคิวถูกจับขึ้นเขียงซักฟอก ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ตามรูปการณ์ก็น่าจะออกมาด้วยบทสรุป “ผ่านฉลุย” แบบยักไหล่เฉยๆชิลๆได้

อาจจะเพราะสถานการณ์เป็นอย่างที่มีหลายคนประเมินกันมาก่อนหน้านี้ ขั้วฝ่ายค้านอ่อนแรง ไม่เฉพาะการโดนตอนของค่ายสีส้ม ยังมีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทย ต่อเนื่องศึกเจ๊ๆเฮียๆชิงอำนาจนำ

ทำให้การจัดกระบวนเดินทัพเป๋ไปมา

ตลอดเวลาที่ผ่านมาถึงมีกระแส เปิดเกมชิงข้อมูล เบียดซีน

ต่างฝ่ายซ่อนความหวาดระแวงงาน “ตีเมืองขึ้น” เกี้ยเซียะ-ขายของ ขวางรายการจิบเบียร์เจ้าสัว แกล้ม “กล้วย” จากลุงๆกันเนียนๆ

“บิ๊กตู่” และลูกทัพรัฐมนตรี ผิวปากตามเพลง เบิร์ดๆตามคาด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ขุนศึกฝ่ายค้านช่วงทัพระส่ำ ไม่ได้สร้างบาดแผลเหวอะหวะให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” และทัพ 3 ป. แต่ก็มีสะเก็ด สร้างริ้วรอยแผลเล็กแผลน้อย

โดยเฉพาะบทสรุปที่ขมวดปมจากคิวนี้ ไล่ตั้งแต่ปมแก้เศรษฐกิจ ในภาวะปากท้องชาวบ้านยังเดือดร้อน การแก้วิกฤติโรคระบาดที่ยังเป็นโจทย์ยากของรัฐบาล รวมทั้งที่ต้องเคลียร์ให้ชัด

ประเด็น “เอื้อนายทุน อุ้มเจ้าสัว”

เพราะถึงแม้จะชี้แจงผ่านในสภาฯ แต่เอาเข้าจริงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนในสังคม “รู้สึกสะสม” มีเสียงบ่นถึง “ช่องว่างรวย-จน” ถี่ห่างมากขึ้นและมากขึ้น

ยิ่งเมื่อสำรวจกระเป๋าตังค์ ไม่ตุงอย่างรัฐบาลคุณลุงว่าไว้

ขณะเดียวกัน ก็เป็นประเด็น “ปลุกง่าย” เพราะเห็นชัด กลุ่มคนหยิบมือที่มั่งคั่ง “รวยพุ่ง” อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ชาวบ้าน

ส่วนใหญ่ ไม่เฉพาะคนฐานรากที่อยู่ในบัญชีได้สิทธิรับการอัดฉีดสวัสดิการแห่งรัฐ

คนชั้นกลางก็กำลังเห่ยวแห้งบักโกรกเต็มที

ขืนปล่อยให้เกิดความรู้สึก “เหลื่อมล้ำ” สั่งสม อาจจะเป็นตัวเร่ง “หายนะอำนาจ” ชั้นดี.

ทีมข่าวการเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/1782300

 

************

****************

*****************************

 

5 รัฐมนตรีผ่านฉลุย “บิ๊กป้อม” คะแนนมากสุด 277 เสียง “ธรรมนัส” น้อยสุด
ไทยรัฐออนไลน์28 ก.พ. 2563 10:48 น.
 

5 รัฐมนตรี ผ่านฉลุย ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติไว้วางใจทุกคน “บิ๊กป้อม” คะแนนมากสุด 277 เสียง “ธรรมนัส” น้อยสุด 269 เสียง

วันที่ 28 ก.พ. 2563 ภายหลัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดการประชุมสภาฯ เพื่อลงมติญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับการไว้วางใจไปแล้วนั้น จากนั้นตามด้วย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มติคือ ไว้วางใจ 277 ไม่ไว้วางใจ 50 งดออกเสียง 2

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไว้วางใจ 272 ไม่ไว้วางใจ 54 งดออกเสียง 2

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไว้วางใจ 272 ไม่ไว้วางใจ 54 งดออกเสียง 2

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไว้วางใจ 272 ไม่ไว้วางใจ 55 งดออกเสียง 2  

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไว้วางใจ 269 ไม่ไว้วางใจ 55 งดออกเสียง 7

ซึ่งมติทั้งหมดปรากฏว่ารัฐมนตรีทั้ง 5 คน ได้รับการไว้วางใจจากที่ประชุมสภาฯ จากนั้นมีการอ่านพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง.

https://www.thairath.co.th/news/politic/1782598

 

 

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    17
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    7

2 ความเห็น

 
ICT

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2374488909319525&id=10000275...

Facebook logo

 ไปที่หน้าหลัก

ธรรมนัสถูกจับกุมโดยตำรวจออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2536 ณ โรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดบอนได หลังจากได้บินมาถึงซิดนีย์ได้เพียงแค่ 4 ชั่วโมง ตอนนั้นที่ถูกจับ มันยังใชชื่อมนัส โบพรหม ด้วยข้อหานำเข้าเฮโรอีนที่มูลค่า 4.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อถูกจับ มันรับสารภาพว่าขนยาเสพติดจริง จึงถูกจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ณ ทัณฑสถาน Parklea ดังนั้น ไอ้เรื่องขนแป้งมัน ไอ้เรื่องติดคุกไม่กี่เดือน ไอ้เรื่องไปทำฟาร์ม จึงเป็นเรื่องตอแหลทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้มาจากรายงานของผู้สื่อข่าว Michael Ruffles ของ The Sydney Morning Herald ที่ดิชั้นได้มีโอกาสพบที่ซิดนีย์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ในภาพอาจจะมี 3 คน, แว่นกันแดด
ถูกใจรักเลยฮ่าๆ
2.3 พัน
Sunthorn Utaithum
เฟสบุคมีนโยบายมอบสิทธิพิเศษให้กะเทยหรืออย่างไร? เธอจึงสามารถมีเพื่อนห้าพันเอ็ดคนได้
ในภาพอาจจะมี 6 คน, ข้อความ
57 · ถูกใจ · แสดงความรู้สึก · เพิ่มเติม · 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Pavin Chachavalpongpun
Pavin Chachavalpongpun
Sunthorn Utaithum จะเหลือ 5000 เพราะชั้นจะอันเฟรนด์เทอ
Auddy Worawan
แป้งมันสำปะหลังเอาไว้ทำน้ำราดหน้าของธรรมนัสค่ะ จารย์
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
หมวดมะเขือเทศ หมวดมะเขือเทศ
เขียน”กฎหมา”ใหม่ “ผู้ใดมียาเสพติดให้โทษประเภท1(เฮโรอีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ให้ถือว่าเฮโรอีนไม่ใช่ยาเสพฯให้ถือว่าเป็นการครอบครองแป้งมัน” ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ 2563 ให้มีผลย้อนหลัง...
Surapong Buakao
แล้วเราจะ ต่อต้าน พวกค้ายาเสพติด กันทำไมครับ. ////วาระแห่งชาติเลยนะครับ. เรื่องยาเสพติด.

ตาแม้วนี้แย่จริงๆ ทำสงครามปราบยาเสพติด

1 · ถูกใจ · แสดงความรู้สึก · เพิ่มเติม · 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Koi Kirana
เค้าหมายถึงแป้งผสมรองพื้นรึเปล่าคะอาจารย์
19 · ถูกใจ · แสดงความรู้สึก · เพิ่มเติม · 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Punyanuch NUch
เปลี่ยนชื่อ นามสกุลหนีอายกันเลยทีเดียว
Bhiradej Kotama
มีใบขนแป้งจากไทยมั้ยคะ?
2 · ถูกใจ · แสดงความรู้สึก · เพิ่มเติม · 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Tanakit Chaou Chaou
มาแล้วววว
ถูกใจ · แสดงความรู้สึก · เพิ่มเติม · 1 ชั่วโมงที่แล้ว

 

 

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    9
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    6
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบออกไป

โกรธแล้ว

  • รัก
    9
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    7